dot
ค้นหาบ้านและที่ดิน


  [Help]
dot
dot
รับฝากขายบ้าน ที่นี่
dot
bulletรับฝากขายบ้าน ฟรี
bulletฝากขายบ้าน ทำอย่างไร
bulletรับฝากขายที่ดิน ฟรี
dot
ซื้อบ้าน ทรัพย์สิน
dot
bulletบ้านเดี่ยว
bulletทาวเฮ้าส์
bulletตึกแถว
bulletที่ดินเปล่า
bulletคอนโดมิเนียม
bulletเช่าหรือเซ้ง
bulletหอพัก อพาร์ทเม้นท์
bulletโรงงาน โกดัง
bulletโรงแรม รีสอร์ท
bulletสวนผลไม้
bulletแบบบ้าน ประเภทต่างๆ
dot
สาระน่ารู้
dot
bulletแหล่งซื้อ บ้านมือสอง
bulletตรวจสอบราคาประเมิน
bulletค่าธรรมเนียมการโอน
bulletตรวจสอบคนล้มละลาย
bulletกลโกงที่ดิน
bulletนายหน้าขายบ้าน
dot
ข่าวอสังหาริมทรัพย์
dot
bulletซื้อบ้าน งานบ้านมือสอง
bulletภาพงานบ้านมือสองแห่งชาติ
bulletเอกสารปลอมกู้ซื้อบ้าน
bulletcp ลุยอสังหาฯ จีน
bulletคอนโด กับแนวโน้ม 3ปี
dot
จิปาถะ
dot
bulletสินเชื่อซื้อบ้าน
dot
Newsletter

dot


เพิ่มเพื่อน


คอนโด กับแนวโน้ม 3ปี

โจนส์ แลงฯ ฟันธง 3 ปีคอนโด มือสองแข่งเดือด 

            โจน แลงฯ ประเมินอีก 3 ปี ตลาด คอนโดมิเนียม กลางกรุงแข่งดุ ซัพพลายใหม่-เก่า เปิดศึกชิงเค้กอำนาจต่อรองจะเป็นของ ผู้ซื้อ เผยยอด คอนโด สร้างเสร็จทะลุ 5 หมื่นยูนิตแล้ว อยู่ระหว่างก่อสร้างอีก 2 หมื่นยูนิต ที่ชะลอโครงการอีกเกือบ 9,000 ยูนิต  โจนส์ แลงฯ เผยตลาด คอนโดมิเนียม ช่วง 3 ปี นับจากนี้ซัพพลายใหม่-เก่า เปิดชิงเค้กก้อนเดียว ยอดแล้วเสร็จในตลาดตั้งแต่ต้นปีทะลุ 5 หมื่นยูนิต อยู่ระหว่างก่อสร้างอีกเกือบ 2 หมื่นยูนิต แต่ยังมีบางส่วนที่ระงับสร้างไว้อีกเกือบ 9 พันยูนิต ด้านระดับราคาปรับขึ้นได้ อีก                                                                                                      

 ภาพรวมตลาด  คอนโดมิเนียม  ในเขตกรุงเทพฯ จากการสำรวจของบริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ ประเทศไทย จำกัด พบว่า ณ สิ้นเดือนมกราคม 2550 มีจำนวน คอนโดมิเนียม สร้างเสร็จแล้วในเขตชั้นใน ขยับขึ้นเป็น 51,190 ยูนิต หรือมีอัตราการขยายตัวอยู่ที่ 7.6% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่ชะลอตัวลงจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ที่มีอัตราการขยายต้วอยู่ที่ 11.1 % แต่แนวโน้มในช่วง 3 ปีข้างหน้าคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จใหม่จะมีจำนวนค่อนข้างสูง คือเฉลี่ยปีละ 6,150 ยูนิต เทียบกับช่วงระหว่างปี 2547 ถึง 2549 ซึ่งมีจำนวน คอนโดมิเนียม สร้างเสร็จใหม่เฉลี่ยปีละ 3,460 ยูนิต และจะส่งผลให้มีการแข่งขันที่เพื่มสูงขึ้นทั้งในโครงการใหม่และโครงการเก่าหรือ คอนโดมิเนียม มือสองที่ผู้ซื้อปล่อยขายห้องชุดออกมา ซึ่งจะทำให้ผู้ซื้อมีอำนาจการต่อรองมากขึ้น จึงยังไม่เป็นจังหวะที่จะปรับราคาเพื่มมากขึ้นมากนัก แต่ผู้ประกอบการเองก็ไม่จำเป็นต้องใช้กลยุทธ์การดั๊มพ์ราคาลงด้วยเช่นกัน เพราะเมื่อสำรวจระดับราคาขายในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมานั้น ยังปรับเพิ่มจากมกราคมปีที่แล้วถึง 11 % คือ อยู่ที่ 80,200 บาทต่อตารางเมตร และเมื่อเทียบกับอัตราการปรับราคาขายในช่วง 2 ปีทีผ่านมา (2548 และ 2549) เฉลี่ยอยู่ที่ปีละ 10 % ปรับตัวช้าลงกว่าเมื่อปี 2546 ที่ราคาปรับขึ้น 27 % และปี 2547 ปรับขึ้น 30 %  สำหรับโครงการใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน คาดว่าส่วนใหญ่จะเป็นโครงการระดับกลาง โดยเน้นห้องชุดขนาดเล็ก 1-2 ห้องนอน เพื่อให้สอดคล้องกับกำลังการซื้อของผู้บริโภคซึ่งของผู้บริโภคซึ่งคาดว่าจะลดลง ซึ่งจะมีผลให้การขยายตัวของโครงการใหม่จะขยับไปอยู่ในทำเลนอก   เขตกรุงเทพฯ ชั้นใน บริเวณที่เป็นเส้นทางส่วนต่อขยายของเส้นทางรถไฟฟ้าทั้งบีทีเอสและเอ็มอาร์ที ทั้งนี้ในปี 2549 มี คอนโดมิเนียม สร้างเสร็จใหม่เพิ่มขึ้นรวมทั้งสิ้น 3,640 ยูนิต โดยส่วนใหญ่เป็นคอนโดระดับกลางตั้งอยู่ในย่านสุขุมวิทและพระราม 3 ขนาด 1 ห้องนอน (พื้นที่ใช้สอย44-55 ตารางเมตร) และ 2 ห้องนอน (พื้นที่ใช้สอย 70-80 ตารางเมตร) ส่วนคอนโดมิเนียมระดับบนที่สร้างเสร็จใหม่ ตั้งอยู่ในย่านสาทร สีลมและสุขุมวิท มีขนาด 2 ห้องนอน (พื้นที่ใช้สอย 90-110 ตารางเมตร) ถึง 3 ห้องนอน (พื้นที่ใช้สอย 130-190 ตารางเมตร) แม้ความไม่แน่นอนของแนวโน้มทางเศรษฐกิจและสถานการณ์ทางการเมืองจะเริ่มตั้งเค้าชัดเจนในปี 2549 แต่ปรากฏว่าผู้ประกอบการ คอนโดมิเนียม ยังคงมีการเปิดตัวโครงการใหม่เข้ามาในตลาดจำนวนรวมมากถึง 32 โครงการ หรือ 9,780 ยูนิต เพิ่มขึ้นจากปี 2548  มีโครงการ คอนโดมิเนียม เปิดตัวใหม่รวมทั้งสิ้น 4,530 ยูนิต ส่งผลให้รวมแล้วมีจำนวน คอนโดมิเนียม ที่กำลังอยู่ระหว่างก่อสร้าง 19,220 ยูนิต แต่ก็มีโครงการที่ระงับการก่อสร้างด้วยเช่นกันรวมแล้ว 8,770 ยูนิต  ขณะที่ยอดขายรวมในปีที่ผ่านมารวมทั้งสิ้น 9,550 หน่วย สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการในตลาดคอนโดมิเนียม ที่ยังแข็งแกร่งมาก โดยคอนโดมิเนียมโครงการที่สร้างเสร็จแล้ว มียอดขายเฉลี่ย 98 % ส่วนโครงการที่ยังสร้างไม่เสร็จมียอดขายเฉลี่ย 70 % และโครงการที่เพิ่งเปิดขายในปี 2549 มียอดขายเฉลี่ยสูงกว่า 60 % ซึ่งพบว่ายอดการขายส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี และชะลอตัวลงอย่างมาก ในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากความไม่มั่นใจในสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเมืองขยายตัวมากขึ้น

จากหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  ฉบับที่ 147 วันที่ 6-12 เมษายน 2550