dot
ค้นหาบ้านและที่ดิน


  [Help]
dot
dot
รับฝากขายบ้าน ที่นี่
dot
bulletรับฝากขายบ้าน ฟรี
bulletฝากขายบ้าน ทำอย่างไร
bulletรับฝากขายที่ดิน ฟรี
dot
ซื้อบ้าน ทรัพย์สิน
dot
bulletบ้านเดี่ยว
bulletทาวเฮ้าส์
bulletตึกแถว
bulletที่ดินเปล่า
bulletคอนโดมิเนียม
bulletเช่าหรือเซ้ง
bulletหอพัก อพาร์ทเม้นท์
bulletโรงงาน โกดัง
bulletโรงแรม รีสอร์ท
bulletสวนผลไม้
bulletแบบบ้าน ประเภทต่างๆ
dot
สาระน่ารู้
dot
bulletแหล่งซื้อ บ้านมือสอง
bulletตรวจสอบราคาประเมิน
bulletค่าธรรมเนียมการโอน
bulletตรวจสอบคนล้มละลาย
bulletกลโกงที่ดิน
bulletนายหน้าขายบ้าน
dot
ข่าวอสังหาริมทรัพย์
dot
bulletซื้อบ้าน งานบ้านมือสอง
bulletภาพงานบ้านมือสองแห่งชาติ
bulletเอกสารปลอมกู้ซื้อบ้าน
bulletcp ลุยอสังหาฯ จีน
bulletคอนโด กับแนวโน้ม 3ปี
dot
จิปาถะ
dot
bulletสินเชื่อซื้อบ้าน
dot
Newsletter

dot


เพิ่มเพื่อน


รีไฟแนนซ์(Refinance)

 

 

ข้อแนะนำเลือกสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและการรีไฟแนนซ์

 

            1.ค่าธรรมเนียมเรียกเก็บในการชำระเงินกู้คืนก่อรกำหนด ตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทยนั้น กำหนดให้สถาบันการเงินมีสิทธิเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากลูกค้าในกรณีที่มีการคืนเงินกู้ก่อนกำหนดภายใน 3 ปี โดยให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมได้ไม่เกิน 2 % ดังนั้นทำให้เงื่อนไขค่าธรรมเนียมส่วนนี้ของสถบันการเงินแต่ละแห่งจึงมักมีความแตกต่างกัน สำหรับในฝั่งของผู้กู้ยืมแล้ว หากค่าธรรมเนียมในส่วนนี้กำหนดไว้ในอัตราที่ต่ำ หรือไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ก็จะช่วยให้ผู้กู้มีความยือยุ่นในการทำรีไฟแนนซ์ ( Refinace ) เพื่อให้ต้นทุนเงินกู้ลดลงได้

 

            2.อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ส่วนใหญ่มักอ้างอิงจากอัคราดอกเบี้ย MLR หรือ MRR ในความเข้าใจของคนทั่วไป มักเข้าใจผิดว่าอัคราดอกเบี้ยทั้งสองตัวเท่ากันทุกสถาบันการเงิน แต่ในความเป็นจริงแล้ว อัตราดอกเบี้ย MLR และ MRR ขอธนาคารพาณิขย์แต่ละธนาคารจะไม่เท่ากันดังนั้นแม้เงื่อนไขดอกเบี้ยจะกำหนดไว้เหมือนกัน เช่น MLR-1.0% จึงไม่ได้หมายความว่าอัคราดอกเบี้ยที่คิดจะเท่ากันในแต่ละสถาบันการเงินแต่อย่างใด เช่น MLR สถาบันการเงิน A อาจเท่ากับ 6 % แต่ในสถาบันการเงิน B อาจแค่ 5.5 % ดังนั้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อที่อยู่อาศัยที่คิดจริง ๆ ตามเงื่อนไข MRL-1 % ในสถาบันการเงิน A จะเท่ากับ 5 % ในขณะที่สถาบันการเงิน B เท่ากับ 4.5 % เท่านั้น

 

            3.ค่าธรรมเนียมในการประเมินราคาหลังหลักประกัน  สถาบันการเงินแต่ละแห่งเรียกเก็บไม่เท่ากัน ดังนั้นหากสถาบันการเงินใดเรียกเก็บน้อย ก็จะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายให้กับผู้กู้ได้ทางหนึ่ง

 

            4.ปัจจุบันมีสถาบันการเงินบางแห่งร่วมมือกับเจ้าของโครงการบ้านจัดสรร เสนอเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ย 0 % ให้กับลูกค้าในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งในอีกนัยหนึ้งก็คือเจ้าของโครงการช่วยแบกรับภาระดอกเบี้ยในช่วงระยะเวลาหนึ่งแทนลูกค้านี่นเอง  ดังนั้นเงื่อนไขเช่นนี้ควรนำมาร่วมพิจารณาใช้ประกอบในการตัดสินใจเลือกซื้อบ้านและที่ดินในแต่ละโครงการด้วย

 

            5.ค่าธรรมเนียมในการยื่นขอสินเชื่อหรือขอกู้ ที่เรียกเก็บจากลูกค้าตามวงเงินที่ขอกู้ในแต่ละสถาบันการเงินมักจะกำหนดไม่เท่ากัน ข้อแนะนำง่าย ๆ ในประเด็นนี้ก็คือเลือกสถาบันการเงินที่คิดค่าธรรมเนียมในส่วนนี้น้อย ๆ นั่นเอง

 

            6.ค่าประกันอัคคีภัย มักแตกต่างในแต่ละสถาบันการเงิน ดังนั้นจึงต้องสอบถามค่าใช้จ่ายในส่านนี้ให้ชัดเจน

 

            7.วงเงินที่ธนาคารแต่ละแห่งให้กู้จะไม่เท่ากัน ซึ่งรวมถึงเงื่อนไขระยะเวลาในการให้กู้ยืมสำหรับอสังหาริมทรัพย์แต่ละประเภทมักมีความยาวนานไม่เท่ากัน สุถาบันการเงินที่ให้วงเงินค่อนข้างสูง และระยะเวลาการกู้ยืมที่ยาวนานกว่า จะทำให้ผู้ซื้อบ้านหรือผู้ลงทุนในบ้านและที่ดินมีความยืดหยุ่นในการดำเนินการได้มากกว่า

 

            8.การประเมินราคาหลักประกัน ของสถาบันการเงินแต่ละแห่งจะประเมินราคาสูงต่ำไม่เท่ากันซึ่งจะมีผลทำให้วงเงินให้กู้ยืมสูงต่ำไม่เท่ากัน เพราะวงเงินกู้ยืมผูกติดกับมูลค่าหลักประกัน

 

            9.อัตราดอกเบี้ยที่สถาบันการเงินนำเสนอมักมีหลาบรูปแบบ เช่น แบบคงที่ แบบลอยตัว และแบบผสมผสาน แนวทางในการเลือกรูปแบบอัตราดอกเบี้ยให้เหมาะสม มีข้อแนะนำคือ หากท่านคิดว่าอัตราดอกเบี้ยในอนาคตมีแนวโน้มจะสูงขึ้น ท่านควรจะต้องเลือกรูปแบบอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ให้ยาวที่สูดเท่าที่จะเป็นไปได้ ในทางกลับกันหากท่านแน่ใจว่าอัตราดอกเบี้ยในระยะยาวมีแนวโน้มจะลดลงต่ำลง

ท่านก็ควรจะเลือกเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว หรือถ้าจะเป็นแบบคงที่ ก็ให้เป็นแบบคงที่สั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

            10.เลือกกู้สถาบันการเงินที่มีความมั่นคง เพราะการกู้ยืมเพื่อที่อยู่อาศัยกมายถึงการที่ท่านต้องผูกพันกับสถาบันการเงินในระยะยาวถ้าหากสถาบันการเงินเกิดมีปัญหาในอนาคต อาจส่งผลกระทบต่อการกู้ยืมเงินและต่อการถือครองหลักทรัพย์ของท่านก็ได้

 

            11.การทำ  Refinance    ไม่จำเป็นต้องทำกับสถาบันการเงินอื่นเสมอไปท่านยังมีทางเลือกทางหนึ่งในการทำ    Refinance  ได้กับสถาบันการเงินที่กู้อยู่เดิม  ซึ่งการดำเนินการในลักษณะเช่นนี้จะช่วยในการลดค่าธรรมเนียมในการจดจำนอง 1 % ของเงินกู้ได้

 

            12.ในการทำ    Refinance  ต้องแน่ใจว่าอัตราดอกเบี้ยของสถาบันการเงินแห่งใหม่ต่ำกว่าการกู้เดิมจริง ๆ ทั้งในระยะสั้นและในระยะยาวตลอดจนสิ้นสุดอายุสัญญา

 

            13.การกู้ยืมเงินในสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย นอกจากจะต้องพิจารณาเงื่อนไขของธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ธนาคารอาคารสงเคราะห์และธนาคารออมสินเปรียบเทียบกันแล้ว อย่าลืมพิจารณาดูเงื่อนไขการปล่อยกู้ของบริษัทประกันด้วยเพราะบ่อยครั้งที่ บริษัทประกันมักมีเงื่อนไขที่จูงใจมากกว่า แต่คนมักจะมองข้ามกัน

 

อนุชา กุลวิสุทธิ์: ลงทุนในอสังหาฯแบบมือาชีพ

 

ข้อพิจารณาที่ผู้กู้ต้องคิดก่อนการตัดสินใจรีไฟแนนซ์

 




กู้เงิน ซื้อบ้าน

หาซื้อบ้านเดี่ยว ให้ตรงใจคุณ
การเลือก บ้านมือสอง article
กู้เงินซื้อบ้าน มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง article
ค่าโอนบ้าน ค่าโอนที่ดิน